Romain Jerome แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิส เอาใจเหล่าสาวกด้วยการเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน โดยการนำเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์โลกมาสร้างแรงบันดาลใจในการรังสรรค์นาฬิกาข้อมือคอลเลคชั่นใหม่ที่เปรียบเสมือนการย่อหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ลงบนข้อมือ โดยเรีอนแรกคือรุ่น Liberty-DNA ที่ทาง Romain Jerome ได้ร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสครบรอบ 125 ปีของเทพีเสรีภาพ ซึ่งเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผลิตเพียง 125 เรือนในโลก โดยขอบตัวเรือนทำจากบรอนซ์เป็นรูปแฉก 12 แฉกเลียนแบบเทียร่าแบบรัศมีสุริยะของเทพีเสรีภาพ ตัวเรือนทำจากสแตนเลสสตีลเคลือบด้วย Black PVD ฝาหลังสลักเป็นเปลวไฟจากคบเพลิงของเทพีเสรีภาพเคียงคู่กับธงชาติของสหรัฐอเมริกาในส่วนของหน้าปัดยังมีการตกแต่งด้วยบรอนซ์ที่เกิดสนิมเขียวคล้ายกับผิวจริงขององค์เทพีเสรีภาพอีกด้วย

ในปี ค.ศ. 1912 เป็นปีที่ “Titanic” เรือสำราญสุดหรูขนาดมหึมา สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์แห่งยุค “Edwardian’’ ได้ถอดสมอออกจากท่าเทียบเรือ Harland & Wolff และเริ่มเปิดให้บริการแก่สาธารณชนเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบพิเศษเช่นนี้ Romain Jerome จึงได้รังสรรค์นาฬิกา Steampunk Auto 100th Anniversary โดยนาฬิกาข้อมือรุ่นนี้ผลิตเพียงแค่ 100 เรือนเท่านั้นและ Steampunk Chrono 100th Anniversary ซึ่งมี 2,012 เรือน โดยทั้งสองรุ่นจะมีการจำลองสัญลักษณ์ต่างๆ ของเรือ อาทิเช่น มีใบพัดของหางเสืออยู่บนหน้าปัดนาฬิกา หรือเข็มบอกเวลาทำเป็นรูปทรงของสมอเรือเป็นต้น นอกจากนี้ที่ขอบของตัวเรือนที่เป็นสนิมเหล็กนั้นเป็นการนำเอาเหล็กแท้จากอู่ต่อเรือ Harland & Wolff ซึ่งเป็นสถานที่ต่อเรือ “Titanic” และเป็นเหล็กอย่างเดียวกันกับเจ้าเรือลำประวัติศาสตร์ที่จมอยู่ในทะเลที่ระดับความลึก 3,840 เมตร อีกทั้งยังมีประกาศนียบัตรรับรองจากอู่ต่อเรือแห่งนี้เพื่อเป็นการรับประกันความแท้ของวัสดุนาฬิกาข้อมือเรือนดังกล่าว

อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งมวลมนุษย์ชาติ เมื่อครั้งที่ Neil Armstrong สามารถพิชิตเหยียบบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้ พร้อมกับกล่าวประโยคที่ว่า “That’s one small step for man, one giant leap for mankind” ซึ่งถือเสมือนเป็นก้าวย่างแรกแห่งการค้นคว้าทางอวกาศที่ได้มีวิวัฒนาการอย่างไม่หยุดยั้งตราบจนกระทั่งปัจจุบันซึ่งทาง Romain Jerome จึงได้ออกนาฬิกาคอลเลคชั่นรุ่น Moon Dust Black Mood Chrono เพื่อเป็นการร่วมรำลึกถึง โดยหน้าปัดนาฬิกาตกแต่งด้วยลายพื้นผิวตวงจันทร์และมีการนำส่วนผสมของฝุ่นผงของดวงจันทร์ใส่ลงไปด้วยและมีลูกเล่นที่หน้าปัดย่อยแสดงวินาทีเป็นรูปใบพัดสี่แฉกคล้ายกับใบพัดของแผงโซล่าเซลล์ของกระสวยอวกาศ อีกทั้งสายนาฬิกามีให้เลึอกทั้งสายยางที่มีลวดลายทำเลียนแบบพื้นผิวของดวงจันทร์ และสายหนังจระเข้ที่ผสมกับคาร์บอนไฟเบอร์และใยไฟเบอร์จากชุดนักบินอวกาศ จะเห็นว่า Romain Jerome ได้รังสรรค์นวัตกรรมทางกาลเวลาขึ้นมาโดยผสมผสานนาฬิกาข้อมือเข้ากันกับเหตุการณ์ทางประว้ติศาสตร์ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง การคมนาคมขนส่งและการค้นคว้าทางดาราศาสตร์และอวกาศ ที่ผู้สวมใส่จะสามารถร่วมรำลึกถึงได้อย่างมิเคยลืมเลือนถึงแม้ว่าวันเวลาจะผันผ่านอย่างไม่มีวันหวนกลับ