นาฬิกาผู้หญิงที่หยิบยืมมาจากผู้ชาย

คงเป็นเรื่องปกติไปแล้วกระมังที่ผู้หญิงเรามักจะหยิบยืม...บ้างก็เรียกว่าขโมย...เครื่องแต่งกายของผู้ชายมาใช้ (แต่ไม่แน่ใจว่าผู้ชายจะมองเป็นเรื่องปรกติเท่าไหร่) ทั้งในความหมายตรงตัวอย่างการฉกฉวยมาจากตู้โดยที่เขารู้และไม่รู้ หรือความหมายเปรียบเทียบอย่างการหยิบยืมมาเฉพาะไอเดีย หากย้อนดูประวัติศาสตร์จะพบว่าเครื่องแต่งกายประดามีของสาวๆ ทั้งเลกกิ้ง ทูนิก ต่างหู กางเกงขาบาน ไปจนถึงรองเท้าส้นสูงล้วนเคยเป็นแฟชั่นของหนุ่มๆ มาก่อนที่ผู้หญิงเราจะผูกขาดไว้ใช้แต่เพียงเพศเดียว แล้วตอนนี้ผู้หญิงทั้งหลายยังจะหยิบยืมนาฬิกาผู้ชายไซส์ใหญ่ยักษ์บ้างเน้นกลไกสุดยอดมาใส่เป็นนาฬิกาผู้หญิงอีกเหรอ? ว่าแต่มันเป็นเพราะเหตุผลกลใดกันล่ะ?

หากจะหาคำตอบกันจริงๆ คงต้องวิเคราะห์จากประวัติศาสตร์แฟชั่น "เมื่อผู้หญิงต้องการพิสูจน์ว่าตนเท่าเทียม (กับผู้ชาย) พวกเธอจะไม่แต่งตัวแบบผู้หญิงจนเกินไป" เบธ ดินคัฟฟ์ชาร์ลสตัน ศาสตราจารย์และนักประวัติศาสตร์แฟชั่นของพาร์สัน นิว สกูล ฟอร์ ดีไซน์ ในนิวยอร์กกล่าว อันที่จริงสถานะแห่งอำนาจนี่เองที่เป็นที่มาของสไตล์แบบไม่แสดงเพศ นับตั้งแต่ผู้หญิงหันมาขี่ม้าเองแทนที่จะนั่งในรถลากตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และหันมาขี่จักรยานในศตวรรษที่ 19 ไปจนกระทั่งยุคหลังสงครามโลก ลุคแบบ "garconne" ก็กลายเป็นที่นิยมเพราะโกโก ชาแนลที่ชอบสวมคาร์ดิแกนแบบแมนๆ กับตัดผมสั้น และในยุคปี 30s-40s แคทเธอรีน เฮปเบิร์นก็หาญกล้าที่จะสวมกางเกงและทักซิโด้ไปงานหรู กระทั่งอีฟส์ แซงต์ โลรองต์ก็ยังตามรอยด้วยการนำชุดทักซิโด้ เลอ สโมกกิ้ง มาให้ผู้หญิงใส่บ้างในช่วงยุค 1960s

นาฬิกาข้อมือสำหรับผู้ชายก็เช่นกัน นอกจากกลไกแบบจักรกลจะสลับซับซ้อนและสร้างสรรค์อย่างมีคุณภาพแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกยังดูเรียบหรู แฝงความแข็งแกร่งและตัวเรือนขนาดใหญ่โดดเด่นสะดุดตา แน่ล่ะว่าคุณสมบัติเหล่านี้ย่อมเป็นที่ปรารถนาของผู้หญิงหัวใจแกร่งทั้งหลาย ไม่ต่างจากที่ฮิลลารี่ คลินตันลุกขึ้นมาใส่สูทเพื่อสลัดภาพสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งไปเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ อีกทั้งหน้าที่การงานและไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงที่ต้องออกไปผจญโลกกว้างมากขึ้นก็ทำให้ความต้องการนาฬิกาผู้หญิงเปลี่ยนจากนาฬิกาข้อมือสวยงามวิจิตรราวกับไปออกงานตลอดเวลาไปด้วย

แต่หากไม่มองเป็นเรื่องสถานะและอำนาจทางสังคมของผู้หญิง ก็อาจจะถือว่าเป็นไปตามเทรนด์ก้ได้ เพราะเมื่อเราเริ่มเบื่อลุคที่เป็นผู้หญิงมากๆ ก็อยากจะหาอะไรมาเสริมลุคเพื่อสร้างความขัดแย้งได้อย่างไม่น่าเบื่อ อย่างที่ช่วงหนึ่งนิยมสวมสูทกับชุดกระโปรงฟูฟ่องนาฬิกาผู้ชายแมนๆ จึงเป็นเอ็กเซสเซอรี่จำเป็นสำหรับสาวแฟชั่นที่อยากเปรี้ยวเก๋ก๋ากั่น อย่างที่เหล่าดาราสาวจากฮอลลีวูดพากันใส่นาฬิกาข้อมือเรือนใหญ่แมนๆ ของผู้ชายหรือนาฬิกาโอเวอร์ไซส์ (โดยเฉพาะนาฬิกาโรเล็กซ์หลากรุ่น) คู่กับชุดกระโปรงค็อกเทล หรือเสื้อที่เรียกกันว่า boyfriend jacket กำลังพาเหรดมาเต็มรันเวย์แฟชั่น ก็เลยจำเป็นต้องหานาฬิกาผู้หญิงและเครื่องประดับให้เข้ากับลุคโดยรวมด้วยก็เป็นได้

"ฉันบอกเขาไปว่าอยากจะได้นาฬิกา Rolex Submariner มากกว่า ฉันชอบผู้หญิงใส่นาฬิกาใหญ่ๆ ชอบอะไรก็ได้ค่ะที่ใหญ่ๆ" นักเขียวสาว ลิซ่า ไอส์เนอร์ ซึ่งแฟนหนุ่มขอเซอร์ไพรส์ด้วยแหวนหมั้นจากทิฟฟานี่แอนด์โคยืนยัน และเพราะการที่สาวๆ บุกยึดนาฬิกาข้อมือของหนุ่มๆ มาเป็นของตนเอง และใส่นาฬิกาข้อมือเรือนโตราวกับสนับมือเช่นนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไปในโลกนาฬิกาเช่นกัน ดังเช่นที่แอรอน เฟเบอร์ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง "American Wristwarches: Five Decades of Style and Design" บอกไว้ว่า "แล้วผู้ชายจะยอมใส่นาฬิกาข้อมือเรือนเล็กกว่าผู้หญิงได้ยังไงล่ะครับ" โอเค ยอมให้พวกหนุ่มๆ เขานิดนึงก็แล้วกัน!